เอเชียซอฟท์ฯ แกร่ง! ไตรมาส 1/64 โตต่อเนื่อง รายได้พุ่ง 429.6 ลบ.

14 พฤษภาคม 2564: บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2564 โดยมีรายได้ 429.6 ล้านบาท และ กำไรสุทธิ 104.8 ล้านบาท ในขณะที่ไตรมาส 1/2563 บริษัทมีรายได้ 189.9 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 20.5 ล้านบาท โดยรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 126 จากปีก่อนหน้า และร้อยละ 30 จากไตรมาส 4/2563 ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 411 จากปีก่อนหน้า และร้อยละ 60 จากไตรมาส 4/2563เอเชียซอฟท์ฯ แกร่ง! ไตรมาส 1/64 โตต่อเนื่อง รายได้พุ่ง 429.6 ลบ.

โดยปัจจัยที่ทำให้รายได้และกำไรเพิ่มขึ้น มาจากการเติบโตในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในสิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งประสบความสำเร็จจากการเปิดให้บริการเกมใหม่ในปลายเดือนธันวาคมของปีที่ผ่านมา

Mr. Gerry Ung ผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน (CFO) บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเติบโตในไตรมาสแรกของปี 2564 มีนัยสำคัญมาจากตลาดต่างประเทศ โดยมีรายได้ 315.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 73.5 จากรายได้ทั้งหมด ซึ่งรายได้หลักมาจากการเปิดให้บริการเกมใหม่ในมาเลเซีย ทำให้รายได้ต่างประเทศเติบโตขึ้นจากไตรมาส 1 ในปี 2563 อยู่ร้อยละ 250.2 ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์รุกตลาดต่างประเทศตามที่ฝ่ายบริหารได้วางไว้ ในขณะที่ตลาดประเทศไทย นับว่ามีการเติบโตเช่นเดียวกัน โดยมีรายได้ 113.7 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 26.5 จากรายได้ทั้งหมด เติบโตขึ้นร้อยละ 14.0 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

จากผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า เอเชียซอฟท์ฯ ได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง ซึ่งเป็นการโตอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเล็งเห็นโอกาสในการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยยังคงกลยุทธ์ที่จะผลักดันกลุ่มตลาดเกมโมบายล์ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ได้เซ็นสัญญาและเตรียมเปิดให้บริการเกมโมบายล์ที่จะเป็นเรือธงใหม่ จำนวน 3 เกม ได้แก่ Real Yulgang Mobile เตรียมเปิดให้บริการในไทย ถัดมาเป็น Cabal Mobile ที่เตรียมเปิดในฟิลิปปินส์และเวียดนาม และ TERA Classic เปิดครอบคลุมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังเตรียมเปิดเกมพีซีในมาเลเซียอีก 1-2 เกม ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมองหาเกมใหม่ โดยเน้นที่คุณภาพของเกม และมี IP เป็นที่รู้จัก เพื่อมาเสริมทัพให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้

นอกจากนี้ อีกหนึ่งกลยุทธ์คือการเร่งขยายตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดที่มีศักยภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติลงทุนในบริษัทประเทศเวียดนาม ได้แก่ บริษัท CONG TY TNHH CHAU A MEM มูลค่า 2.7 หมื่นล้านเวียดนามดอง หรือประมาณ 37.8 ล้านบาท โดยเป็นการออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่ในสัดส่วน ร้อยละ 49 ให้กับทางบริษัทฯ  ส่งผลให้บริษัทดังกล่าวจะกลายเป็นบริษัทย่อยของเอเชียซอฟท์ฯ รวมทั้งคาดว่าจะดำเนินการสำเร็จภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถรับรู้รายได้ภายในครึ่งปีหลัง บริษัทฯ มั่นใจว่า การลงทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในตลาดต่างประเทศให้แก่บริษัทฯ”