เอเชียซอฟท์ฯ ตอกย้ำโตแกร่ง รุกหนักตลาดเกมโมบายล์ ส่งผลไตรมาส 3 โตต่อเนื่อง

เอเชียซอฟท์ฯ ตอกย้ำโตแกร่ง รุกหนักตลาดเกมโมบายล์ ส่งผลไตรมาส 3 โตต่อเนื่อง

12 พฤศจิกายน 2564: บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2564 ซึ่งมีการเติบโตทั้งด้านรายได้และกำไรสุทธิจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีรายได้ 502.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 และกำไรสุทธิ 128.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้และกำไรสะสมเก้าเดือนสิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 อยู่ที่ 1,359.90 ล้านบาท และ 343.56 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งมากกว่ายอดรวมของทั้งปี 2563

เอเชียซอฟท์ฯ ตอกย้ำโตแกร่ง รุกหนักตลาดเกมโมบายล์ ส่งผลไตรมาส 3 โตต่อเนื่อง

Mr. Gerry Ung ผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน (CFO) บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สำหรับในไตรมาส 3/2564 เอเชียซอฟท์ฯ ได้เปิดให้บริการทั้งหมด 3 เกม คือ 1 เกมพีซี (เกม Gujian เปิดให้บริการวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ในมาเลเซียและสิงคโปร์) และ 2 เกมโมบายล์ (เกม Cabal Mobile เปิดให้บริการ 26 สิงหาคม 2564 ในฟิลิปปินส์และเวียดนาม, เกม Real Yulgang Mobile เปิดให้บริการ 28 กันยายน 2564 ในไทย) โดยการเติบโตในไตรมาสนี้ ปัจจัยหลักมาจากเกมใหม่ Cabal Mobile ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงทั้งด้านรายได้และจำนวนผู้เล่น รวมทั้งเกม Real Yulgang Mobile ที่เปิดให้บริการช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ที่มีผลการตอบรับที่ดี ทำให้สัดส่วนรายได้จากเกมโมบายล์ขยับเพิ่มเป็นร้อยละ 29 จากเดิมร้อยละ 4 ในไตรมาสที่ผ่านมา

ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงผลการดำเนินงานในปี 2564 จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้และผลกำไรแต่ละไตรมาสได้อย่างมีเสถียรภาพ ตอกย้ำให้เห็นถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง

เอเชียซอฟท์ฯ ตอกย้ำโตแกร่ง รุกหนักตลาดเกมโมบายล์ ส่งผลไตรมาส 3 โตต่อเนื่อง

สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เอเชียซอฟท์ฯ เชื่อมั่นว่ายังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งจากเกม Real Yulgang Mobile ที่จะรับรู้รายได้เต็มไตรมาส และเกมปัจจุบันที่เปิดให้บริการ ยังคงมีแผนอัพเดทเนื้อหาใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงช่วงปลายปี นับเป็นช่วง High Season ของตลาดต่างประเทศ ด้วยแผนงานทั้งหมดในปีนี้ ส่งผลให้เรามั่นใจว่า บริษัทฯ จะสามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ได้แก่ รายได้รวมเติบโตขึ้นร้อยละ 15 และสัดส่วนรายได้จากเกมโมบายล์เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 30”

###